Thai
ฟรามโซคนาร์ฟร็อคคูริน – ความเป
ฟรามโซคนาร์ฟร็อคคูริน หรือแปลเป็นภาษาไทยได้ว่า พรรคก้าวหน้าหรืออีกนัยหนึ่งคือพรรคเพื่อเกษตรกรนั้น ได้จัดตั้งพรรคขึ้นตามพระราชบัญญัติพรรคการเมือง รับการจดทะเบียนพรรคการเมืองกับรัฐสภา (Alþingi) เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ปี ค.ศ. 1916 (พ.ศ. 2459) ในปีแรกๆนั้นพรรคฯ มีหน้าที่เป็นผู้ควบคุมในการออกเสียงภายในสภา ต่อมาปี 1930 บทบาทการบริหาร และการดำเนินกิจกรรมทางการเมืองของพรรคได้เปลี่ยนแปลงอย่างเป็นทางการ โดยมีสมาชิกเพิ่มขึ้น และมีการเลือกตั้งตามหลักเกณฑ์เบื้องต้น
แต่แรกเริ่มนั้น พรรคฯมีองค์ประกอบของเจตนารมณ์ ที่เน้นในด้านของสังคมของไอซ์แลนด์ ด้วยการเคลื่อนไหวเป็นสองลักษณะ ได้แก่การเคลื่อนไหวด้านการปฏิบัติงานร่วมกัน และศักยภาพสำหรับคนรุ่นใหม่ ซึ่งสถาบันนี้จะทำการต่อสู้ ดังเช่น ด้านการดำเนินการและปฏิรูปภายในประเทศ นอกจากนั้น ยังมุ่งการส่งเสริมด้านการศึกษาและธุระกิจ เพื่อเป็นการประกันให้ประชาชนมีอาชีพ และนโยบายดังกล่าวนี้ มีส่วนอย่างมากในการดำเนินการของพรรคฯในทุกวันนี้
ตั้งแต่วันแรกที่เริ่มก่อตั้งพรรคก้าวหน้านั้น ตระหนักถึงความสำคัญของการบริหารงาน ในการปฏิรูปงานด้านประชาธิปไตย จึงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพ ปรับปรุงแก้ไขงานบริหารกระบวนการด้านประชาธิปไตยให้กับสังคม และมีความเสมอภาค นอกจากนั้นยังปกป้องประชาธิปไตย, เศรษฐกิจ และวัฒนธรรมที่อิสระของชาวไอซ์แลนด์, อาศัยหลักประชาธิไตย, ปกครองด้วยรัฐสภาและรักษาความยุติธรรม
พรรคก้าวหน้านั้นไม่มีความคิดในเชิงลบ และพร้อมที่จะรับฟังข้อคิดเห็นและปัญหาต่างๆ เพื่อนำไปสู่เป้าหมายนโยบาย พรรคจะใช้ปัญญาและความรู้ที่สั่งสมมายาวนานอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนหลักการทางวิทยาศาตร์มาใช้เป็นหลักเกณฑ์ พรรคก้าวหน้าใจกว้างและมีวิสัยทัศน์ที่มองโลกจากความเป็นจริงเป็นพื้นฐาน และเปิดโอกาสให้สมาชิกออกความคิดเห็น เพื่อนำมาปรับเปลี่ยนองคา- พยพทุกส่วนในสังคมให้เจริญก้าวหน้า
บทบาทของพรรคก้าวหน้านั้น จะเน้นถึงความสำคัญในบุคคลทุกเพศทุกวัยที่อยู่ร่วมสมัยกัน และปฏิรูปสังคม, ชีวิตความเป็นอยู่ให้ดียิ่งขึ้น, ให้โอกาสมากกว่าที่เป็นอยู่ และเพิ่มพูนวัฒนธรรม สร้างประโยชน์ และคุณค่าให้กับบุคคลในสังคมมากกว่าการติดอยู่ความมั่งมีและการงาน, ให้ความรู้และคำนึงถึงอุตสาหกิจมากกว่าทรัพย์ศฤงคารและเงินทอง
พรรคก้าวหน้านั้นเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วนับจากปี 1916 ซึ่งเป็นปีที่เริ่มก่อตั้ง และเมื่อปี 1931 พรรคประสบความสำเร็จ จากการได้คะแนนเสียงในการเลือกตั้งสูงสุดถึง 35,9% ซึ่งคะแนนเสียงที่ได้มานั้น ได้มาจากเกษตรกรทั่วประเทศ เพราะพรรคก้าวหน้านี้มีหลักการสนับสนุนเกษตรกรของประเทศเป็นหลัก และเน้นความสำคัญของบุ คคลที่อาศัยอยู่ในเขตเมืองหลวงด้วยเช่นกัน ซึ่งก่อนนี้สมาชิกของพรรคฯที่อาศัยอยู่ในเขตชุมชนหนาแน่น จะให้ความสนใจในพรรคฝ่ายซ้าย และฝักใฝ่ชาตินิยมมากกว่า ในปัจจุบันพรรคที่อยู่ระหว่างกลางอย่างพรรคก้าวหน้านี้ ได้มีการเปลี่ยนแปลงและขยายกว้างมากขึ้นกว่าในอดีต ในปลายศตวรรษที่สิบเก้าที่ผ่านมานี้ ได้มีการเปลี่ยนแปลง คือสมาชิกของพรรคฯที่อาศัยอยู่ในเขตชุมชนหนาแน่น เริ่มเบี่ยงเบนความสนใจมาทางขวามากขึ้น และให้ความสนใจและยอมรับในการเข้าร่วมในสหภาพยุโรป ในการลงคะแนนเสียงปี 2003 ที่ผ่านมานั้น พรรคฯได้รับคะแนนเสียงเลือกตั้งจากเขตเมืองหลวงมากเกือบครึ่งของคะแนนเสียงเลือกตั้ง (45,5%) โดยได้จากเขตเมืองหลวงสามเขต ได้แก่ เขตเมืองเรยคยาวิคฝั่งเหนือ, เขตเมืองเรยคยาวิคฝั่งใต้และ เขตตะวันตกเฉียงใต้

พรรคก้าวหน้ามีความภาคภูมิใจอย่างมาก ในการเป็นแบบอย่าง และการเจริญเติบโตของสังคมไอซ์แลนด์ เพราะพรรคของเรามีประสบการณ์ ในการมีส่วนร่วมในการบริหารงานของรัฐบาลรวม 60 ปี และได้ก่อตั้งพรรคมานานกว่า 90 ปี ดังนั้นพรรคฯจึงมีส่วนอย่างมาก ในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาสังคมของประเทศไอซ์แลนด์
รากฐานของความเป็นเอกภาพหรือความสามัคคีนั้น เป็นคุณสมบัติของพรรคก้าวหน้า, สมาคม เพื่อความก้าวหน้าแก่สตรี และ สมาคมเพื่อความก้าวหน้าแก่เยาวชน กลุ่มสมาชิกในแต่ละเขตจังหวัดเลือกตั้ง จะติดต่อและประสานงานในเขตของตน ซึ่งในแต่ละกลุ่มก็จะแต่งตั้งตัวแทน และริเริ่มงานของพรรคในการจัดการเลือกตั้งในจังหวัดของตน
อำนาจสูงสุดภายในพรรคก้าวหน้านั้น ได้แก่คณะผู้บริหารพรรค ซึ่งจะเป็นผู้จัดการประชุมคณะกรรมการผู้บริหารร่วมสมาชิกสภาฯทั่วประเทศสองปีครั้ง และผลของการประชุมดังกล่าว จะเป็นการกำหนดหลักเกณฑ์และนโยบายของพรรคที่จะมีผลใช้ทั่วประเทศ และในเวลาเดียวก็จะใช้การประชุมดังกล่าว ในการเลือกตั้งประธานพรรค
คณะกรรมการบริหารพรรคจะเป็นตัวแทนระหว่างพรรคฯกับรัฐสภา สนับสนุนและดำเนินการตามนโยบายของพรรคทั่วประเทศ คณะกรรมการบริหารพรรค จะเป็นผู้ตัดสินว่าพรรคฯจะเข้าร่วมในการบริหารงานของรัฐหรือไม่ หากพรรคสองพรรคต้องการเข้าร่วมในการบริหารงานของรัฐ ก็จะมีการทำสัญญาต่อกัน ซึ่งคณะกรรมการส่วนกลางจะเป็นผู้พิจารณา
หน้าที่และบทบาทภายในคณะกรรมการบริหารพรรคได้แก่ 1.) คณะกรรมการด้านกฏหมาย 2.) คณะกรรมการด้านการศึกษา- สาธารณะชน 3.) คณะกรรมการจัดระเบียบวาระการประชุม 4.) คณะกรรมการด้านการเงิน
สมาชิกสภาผู้แทนราษฏรของพรรคก้าวหน้านั้น เป็นองค์ประกอบในการควบคุมในการออกเสียงในสภา ในการประชุมพรรคฯนั้น จะต้องประกอบไปด้วยคณะรัฐมนตรี, ประธานสภา, รองประธานสภา, เลขานุการ, ผู้นำพรรคการเมือง, ประธานองค์กรด้านการเชื่อมสัมพันธไมตรีของประชาชาติของแต่ละเขต และผู้รักษาการแทนประธาน ผู้ซึ่งมีสิทธิในการออกเสียงและพูดในสภาได้อย่างอิสระเฉกเช่นประธานฯ คณะกรรมการสภาผู้แทนของพรรคฯ จะเป็นผู้เลือกตั้งคณะ- รัฐมนตรี
ภายในพรรคฯนั้นประกอบไปด้วย องค์กรด้านการเชื่อมสัมพันธไมตรีของประชาชาติในแต่ละเขต (Landssamband) สองสถาบันด้วยกัน ได้แก่องค์กรด้านการเชื่อมสัมพันธไมตรีเพื่อความ ก้าวหน้าระหว่างสตรี (Landssamband framsóknarkvenna (LFK)) และองค์กรด้านการเชื่อมสัมพันธไมตรีเพื่อความก้าวหน้าระหว่างเยาวชน (Samband ungra framsóknarmanna (SUF)) นโยบายขององค์กรด้านการเชื่อมสัมพันธไมตรีของประชาชาตินั้น ได้แก่การเตรียมการและการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างสมาชิกภาพ และ ผู้ที่มีส่วนร่วมในงานของพรรคฯทุกท่าน
นโยบายของ LFK นั้น เป็นงานส่งเสริมบทบาท และสถานภาพของสตรีในแต่ละชุมชน เพื่อเชื่อมสัมพันธไมตรีเพื่อความก้าวหน้าระหว่างสตรี มีหน้าที่ในการเพิ่มพูนทักษะ ให้กับผู้มีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานภายในพรรคฯในแต่ละเขต โดยจะมีการจัดการประชุมระหว่างสมาชิกในแต่ละเขต ซึ่งจัดขึ้นสองปีครั้ง, แต่สำหรับสมาชิกที่ได้รับเลือกตั้งให้ เป็นคณะกรรมการรวม 13 ท่าน จะประชุมกันปีละ 3-4 ครั้ง และจะมีคณะผู้บริหารงานจำนวน 5 ท่าน ที่จะเป็นผู้คอยดูแลด้านการดำเนินการขององค์กรทุกวัน
นโยบายสำคัญของ SUF นั้นอาจแบ่งออกเป็นสองข้อ ได้แก่ 1.) เผยแพร่นโยบายและบทบาทของพรรคก้าวหน้า ให้กับเยาวชนทั่วประเทศ และ 2.) ต่อสู่เพื่อผลประโยชน์ที่เยาวชนที่เป็นสมาชิกของพรรคพึงได้รับ และปลูกฝังประสบการณ์ด้านการเมือง จะมีการจัดการประชุมระหว่างสมาชิกในแต่ละเขต ซึ่งจัดขึ้นสองปีครั้ง, แต่สำหรับสมาชิกที่ได้รับเลือกตั้งให้ เป็นคณะกรรมการบริหารพรรครวม 13 ท่าน จะประชุมกันเดือนละครั้ง และจะมีคณะผู้บริหารงานจำนวน 5 ท่าน ที่จะเป็นผู้คอยดูแลด้านการดำเนินการขององค์กรทุกวัน